การทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวสเตนเลสในอุตสาหกรรม

การทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวสเตนเลสในอุตสาหกรรม
12 มิถุนายน 2026 admin_KE

โพสต์ลง 12 มิถุนายน 2569 โดย คีนน์

การทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวสเตนเลสในอุตสาหกรรม

พื้นผิวสเตนเลส (Stainless Steel) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในงานอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยเฉพาะภาคการผลิตอาหารและยา เนื่องจากคุณสมบัติด้านความทนทานต่อการกัดกร่อน ความแข็งแรง และผิวสัมผัสที่เรียบไม่อุ้มน้ำ ช่วยให้การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อมีประสิทธิภาพสูง อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้สเตนเลสให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและวัตถุประสงค์การใช้งานจำเป็นต้องพิจารณาทั้งข้อดี เช่น ความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และข้อจำกัดต่างๆ เช่น ความไวต่อรอยขีดข่วนหรือการกัดกร่อนจากสารเคมีบางชนิด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ด้านความสะอาด ความปลอดภัย และอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด

สเตนเลสได้รับความนิยมในการนำมาผลิตพื้นผิว อุปกรณ์ในหลายธุรกิจ ถึงแม้ทำความสะอาดได้ง่าย  แต่มีคำถามในการทำความสะอาดบ่อยครั้ง อาทิเช่น การขจัดคราบน้ำมันบนผิว  การป้องกันสนิมในการใช้งาน เช็ดรอยขีดข่วนให้หายอย่างไร ใช้ความร้อนในการทำความสะอาดได้หรือไม่

เป็นที่ทราบกันดีว่า สเตนเลสมีสารโครเมียมในเนื้อโลหะ ช่วยสร้างชั้นออกไซด์ปกป้อง จึงไม่เป็นสนิมง่าย ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงออกไป ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารทำความสะอาดจากธรรมชาติ จะป้องกันการกัดกร่อนผิว รอยเชื่อม ตามข้อต่อ ป้องกันปัญหาสนิมในจุดรอยต่อของอุปกรณ์ในระยะยาว


การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวสเตนเลส ภายในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป

สิ่งสำคัญคือต้องขจัดคราบฝุ่น โลหะ และน้ำมันปนเปื้อนก่อนเริ่มขั้นตอนฆ่าเชื้อ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ F.O.G  Surface Cleaner / Digester ทำความสะอาดที่ได้ทั้งการขจัดคราบ และน้ำมัน หรือไขมัน บนพื้นผิวได้ในขั้นตอนเดียว ผสมน้ำตามอัตราส่วน 1:50, 1:100, 1:200 ขึ้นกับสภาพการเปื้อนบนผิวสเตนเลส จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดทั่วไป เมื่อต้องการฆ่าเชื้อให้เลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ Germ Killer Bio Disinfectant ฉีดทิ้งไว้ให้สัมผัสกับพื้นผิว 5–10 นาที แล้วเช็ดซ้ำตามอีกครั้งเพื่อป้องกันการกัดกร่อน ควรสวมถุงมือและแว่นป้องกันทุกครั้ง และตรวจสอบความสะอาดด้วยการมองเห็นด้วยตาเปล่าหรือวัด pH ของน้ำล้างหลังทำงาน

การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวสเตนเลสในภาคอุตสาหกรรมอาหาร

ในภาคอุตสาหกรรมอาหาร กระบวนการต้องเข้มงวดยิ่งขึ้นตั้งแต่การขจัดคราบโปรตีน ไขมัน และเศษอาหาร เริ่มด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองมาตรฐาน Food‐grade ร่วมกับเอนไซม์ย่อยไขมัน/โปรตีน ฉีดพ่นหรือใช้ระบบ CIP (Clean-in-Place) หรือโฟมคลีนิ่ง (Foam Cleaning) เพื่อให้สารทำความสะอาดสัมผัสนานพอ ผลิตภัณฑ์ KF103 Neutral Detergent หลังจากนั้นใช้สารฆ่าเชื้อที่ผ่านการรับรองสำหรับอาหาร เช่น Peracetic Acid 13.5 % ผลิตภัณฑ์ KF Oxy Sanitizer หรือ KF 301 Peroxide One Stop Cleaner ทิ้งไว้ 10–15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำ  สุดท้ายตรวจสอบความสะอาดเชิงจุลชีวภาพด้วย ATP bioluminescence swab test และเก็บตัวอย่างเชื้อ (CFU) เพื่อยืนยันว่าไม่พบการปนเปื้อนใด ๆ ตามมาตรฐาน HACCP, GMP และ NSF

การดูแลพื้นผิวในการทำความสะอาดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้สารทำความสะอาดและฆ่าเชื้อออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ ปกป้องวัสดุและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม ทั้งยังช่วยลดต้นทุน แรงงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน