โพสต์ลง 28 พฤศจิกายน 2568 โดย คีนน์
การเลือกใช้สารทำความสะอาดกับสิ่งแวดล้อม

ในยุคที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions: GHGs) เป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมทั่วโลก การเลือกใช้ สารทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะในโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการ หรือครัวเรือน เพราะตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดของเสีย ล้วนส่งผลต่อ Carbon Footprint ของสารทำความสะอาด
สารทำความสะอาดและผลกระทบต่อก๊าซเรือนกระจก
โดยทั่วไป สารทำความสะอาดสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
- สารทำความสะอาดจากเคมีสังเคราะห์ (Petrochemical-based Cleaning Agents)
- สารทำความสะอาดจากพืชหรือชีวภาพ (Plant-based Cleaning Agents)
ทั้งสองประเภทนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน หากประเมินผ่าน LCA จะเห็นภาพรวมของ Carbon Footprint ที่เกิดจากแต่ละขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน
ประเภทของสารทำความสะอาด เคมีสังเคราะห์ vs พืช
- สารเคมีสังเคราะห์ มักผลิตจากปิโตรเคมี เช่น Sodium Hypochlorite, Sodium Hydroxide และสารลดแรงตึงผิวสังเคราะห์ ซึ่งการสกัดและผลิตใช้พลังงานสูงและก่อให้เกิด CO₂, CH₄ และ NOₓ
- สารทำความสะอาดจากพืช ได้จากน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว ปาล์ม ข้าวโพด หรือถั่วเหลือง กระบวนการผลิตใช้พลังงานต่ำกว่า และหากเป็นเกษตรอินทรีย์ยังช่วยดูดซับ CO₂ ได้อีกด้วย
การประเมินผลกระทบตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA)

การเปลี่ยนมาใช้สารทำความสะอาดจากพืชเพื่อลด Carbon Footprint
การใช้ สารทำความสะอาดจากพืช แทนเคมีสังเคราะห์ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ในทุกขั้นตอน ลด CO₂ จากการผลิตและขนส่ง ลด VOCs และมลพิษทางอากาศ ลดภาระการบำบัดน้ำเสีย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงช่วยรักษาธรรมชาติ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจและองค์กรเข้าใกล้เป้าหมายด้าน Sustainability Goals ได้เร็วขึ้น





