กลยุทธ์การบริหารจัดการขยะเปียก: ลดมลภาวะทางกลิ่นและยกระดับสุขอนามัยในอาคาร

กลยุทธ์การบริหารจัดการขยะเปียก: ลดมลภาวะทางกลิ่นและยกระดับสุขอนามัยในอาคาร
20 กุมภาพันธ์ 2026 admin_KE

โพสต์ลง 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดย คีนน์

กลยุทธ์การบริหารจัดการขยะเปียก: ลดมลภาวะทางกลิ่นและยกระดับสุขอนามัยในอาคาร

ขยะเปียก เป็นปัญหาตั้งแต่ระดับครัวเรือน อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า แหล่งชุมชม รวมถึง ตลาด ที่เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยสำคัญ จะเห็นได้ว่า กลิ่นที่เกิดจากการหมักหมม สร้างมลภาวะทางกลิ่น ที่อาจก่อให้เกิดสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม เพราะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค รวมถึง เป็นแหล่งของสัตว์พาหะ หนู แมลงสาบ อันอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในการสัมผัสทั้งทางตรง ทางอ้อมได้

ขยะที่ประกอบไปด้วยเศษอาหาร ผัก–ผลไม้ และกากเนื้อ–ปลา เมื่อถูกเก็บในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง และขาดการระบายอากาศเพียงพอ จุลินทรีย์จำพวกแบคทีเรียแอนแอโรบิกจะสลายสารอินทรีย์เหล่านี้ผลิตแก๊สไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นเหม็นไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟด์ -H₂S), กลิ่นฉุนคล้ายปัสสาวะ (แอมโมเนีย -NH₃), กลิ่นเปรี้ยว /เหม็น (กรดไขมันระเหย -VFA) แน่นอนว่า อุณหภูมิเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควบคุมการย่อยสลายของสารอินทรีย์และการเกิดกลิ่นจากขยะเปียก ในเขตอากาศเย็น ความร้อนและความชื้นต่ำกว่าภูมิอากาศร้อนชื้น จึงส่งผลต่ออัตราเติบโตของจุลินทรีย์และการผลิตก๊าซไม่พึงประสงค์

ความแตกต่างของกลิ่นตามอุณหภูมิ

อุณหภูมิ (°C) อัตราการย่อยสลาย ความเข้มข้นของกลิ่น ระยะเวลาเริ่มมีกลิ่นเด่นชัด
ต่ำกว่า 4 ต่ำมาก แทบไม่มีกลิ่น หลายสัปดาห์–เดือน
4–10 ช้า อ่อน 2–3 วัน
10–20 ปานกลาง ปานกลาง–เข้มข้น 1–2 วัน
สูงกว่า 20 เร็ว เข้มข้น ภายใน 24 ชั่วโมง

นอกจากปัจจัยเรื่องอุณหภูมิ ยังมีอีกหลายประเด็นที่เร่งการเกิดกลิ่นเมื่อมีขยะเปียก เช่น การกักเก็บน้ำล้างเศษอาหารของเหลวจากการล้างจาน–ภาชนะ เศษน้ำซาวข้าว จะไหลซึมลงพื้นและค้างในร่องระบายน้ำ หากไม่ทำความสะอาดทันที จุลินทรีย์จะเติบโตและปลดปล่อยกลิ่น การระบายอากาศไม่เพียงพอ ถ้าห้องขยะเปียกที่ไม่มีระบบดูดอากาศหรือพัดลมระบาย ไม่สามารถขับไล่ก๊าซไม่พึงประสงค์ออก ทำให้กลิ่นสะสมได้ การผสมขยะหลายประเภท เช่น ขยะเศษอาหาร ผ้าเปียก กระดาษชื้น เมื่อรวมกันยิ่งกระตุ้นจุลินทรีย์หลายกลุ่มให้ผลิตกลิ่นหลากรูปแบบ จึงควรสร้างการแยกขยะให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงระยะเวลาการเก็บขยะ ถ้าหากปล่อยให้เศษอาหารค้างทิ้งไว้นานเกิน 24–48 ชั่วโมง กระบวนการเน่าเสียจะรุนแรงขึ้นและกลิ่นจะทวีความเข้ม

การจัดการเพื่อลดปัญหา

1.ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องขยะ

แนะนำให้ติดตั้งระบบระบายความร้อนหรือความเย็น (เช่น พัดลม หรือระบบปรับอากาศ) ให้คงระดับ 4–10 °C ช่วยชะลอการสลายตัว

2.ลดความชื้นสัมพัทธ์ (RH)

เปิดการระบายอากาศ ใช้ถาดรองน้ำ (drip tray) เพื่อป้องกันน้ำล้างเศษอาหารซึมลงพื้น ไหลซึมนอกห้องขยะ

3.จัดเก็บและทิ้งบ่อยขึ้น

ในสภาพเย็น แม้กลิ่นจะลดลง แต่ควรทิ้งขยะเปียกภายใน 48–72 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสะสมในระยะยาว

4.ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่น “ชีวภาพ” จาก KEEEN

จุลินทรีย์คัดสายพันธุ์และเอนไซม์ช่วยย่อยสลายต้นเหตุกลิ่น แม้อุณหภูมิต่ำก็ยังออกฤทธิ์ได้ จากนวัตกรรมเทคโนโลยี Augmented Microbes เป็นทางเลือกที่น่าใช้จุลินทรีย์คัดสายพันธ์ ช่วยในการย่อยสลาย จัดการแก๊สไข่เน่า สำหรับห้องขยะเปียกอย่างมีประสิทธิภาพ

เปลี่ยนความคิดใหม่เพื่อการจัดการห้องขยะที่ยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ KEEEN ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่น แต่เป็น “แนวคิดใหม่” เปลี่ยนขยะเปียกให้กลายเป็นระบบที่ควบคุมได้ ลดมลภาวะทางกลิ่นและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทุกคน